icon image เรียนรู้จากเรื่องร้องเรียน

thumbnail image

เตรียมตัวอย่างไร? เมื่อเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสิ้นสุดสัญญาสัมปทานการให้บริการ


การสิ้นสุดสัญญาสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 1800 MHz ครั้งแรกของประเทศไทย
การสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน หมายถึง การที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ให้บริการโดยใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz ได้แก่ ทรูมูฟ (ที่ไม่ใช่ ทรูมูฟ เอช) และ ดีพีซี (GSM 1800) หมดอายุสัญญาสัมปทานในการให้บริการโทรศัพท์มือถือ ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2556 ซึ่งหมายถึงว่า ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 2G ย่านความถี่ 1800 MHz ของผู้ให้บริการทั้ง 2 รายได้อีกต่อไป
 
สิ้นสุดสัญญาสัมปทาน..ไม่กระทบผู้ใช้บริการ
เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง กสทช. ได้มีการออกมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา ๑ ปี จนถึง 15 กันยายน 2557 และตามคำสั่งคสช. ที่ 94/2557 ผู้ใช้บริการยังคงสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่มีคำสั่ง จนถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 สำหรับการเปลี่ยนผ่านระบบ โดยภายในระยะเวลาดังกล่าว ผู้ใช้บริการจะต้องดำเนินการโอนย้ายเครือข่ายหรือเปลี่ยนผู้ให้บริการ โดยการใช้บริการคงสิทธิเลขหมาย หรือ Mobile Number Portability (MNP) ที่ผู้ใช้บริการสามารถเลือกผู้ให้บริการรายใดก็ได้ที่ให้บริการอยู่ เช่น TRUE MOVE H  DTAC  AIS  TOT 3G และ CAT MY (ใส่รูปโลโก้บริษัททุกบริษัท) ทั้งในระบบ 2G  (ยังคงใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมได้) หรือ 3G  (ต้องเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์มือถือที่รองรับบริการ 3G) ก็ได้เช่นกัน
 
ผู้บริโภคควรเตรียมตัวอย่างไร?
1. ต้องย้ายค่ายเพื่อป้องกันซิมดับ ก่อนวันที่ 16 กรกฎาคม 2558 นี้ หากผู้ใช้บริการ True Move และ GSM 1800 ไม่ย้ายค่าย จะเกิดกรณีที่เรียกว่า “ซิมดับ” ซึ่งหมายถึงผู้ใช้บริการจะไม่สามารถใช้บริการต่อไปได้ หลังจากวันที่ 15 กันยายน 2557 ดังนั้น จึงควรมองหาผู้ให้บริการรายใหม่หรือเร่งการโอนย้ายเครือข่ายผ่านบริการ MNP เพื่อให้สามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนในการขอใช้บริการคงสิทธิเลขหมาย
• สำหรับผู้ที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงิน หากยังไม่ได้ลงทะเบียนซิมการ์ด ต้องติดต่อผู้ให้บริการรายเดิมเพื่อลงทะเบียนซิมการ์ดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของหมายเลขก่อน ส่วนผู้ใช้บริการระบบรายเดือนต้องชำระค่าบริการที่ค้างชำระทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อน
• ติดต่อผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ต้องการจะย้ายไป ณ ศูนย์บริการลูกค้าทุกแห่งทั่วประเทศ และชำระค่าธรรม 29 บาท/ครั้ง (บางบริษัทอาจไม่คิดค่าธรรมเนียม) พร้อมรับซิมการ์ดใหม่
•  ระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 3 วันทำการ (หากเอกสารครบถ้วน) เมื่อมี SMS แจ้งผลการโอนย้าย จึงสามารถใช้บริการค่ายใหม่ได้
 
2. ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือระบบเติมเงิน
• ควรเลี่ยงการเติมเงินครั้งละจำนวนมาก เนื่องจากเหลือระยะเวลาการให้บริการเพียงไม่กี่เดือน
• หากมีเงินเหลือในระบบ ควรรีบใช้บริการให้หมดหรือติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอคืนเงินคงเหลือดังกล่าวหรือขอโอนเงินคงเหลือไปหมายเลขอื่นในเครือข่ายเดียวกัน
• หากต้องการย้ายเครือข่ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่น สามารถขอคืนเงินคงเหลือจากผู้ให้บริการรายเดิมตามวิธีการที่ได้ตกลงกันไว้
 
3. ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือระบบรายเดือน
• ควรหลีกเลี่ยงการสมัครบริการเสริมใหม่ หรือเปิดใช้โปรโมชั่นใหม่ที่มีระยะเวลายาวนานเกินกว่าวันที่ 16 กรกฎาคม 2558


Tags: เตรียมตัวอย่างไร? เมื่อเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสิ้นสุดสัญญาสัมปทานการให้บริการ

จำนวนผู้เข้าชม 2 1 7 3 6 1 0